พริตตี้เจอผี

พริตตี้เจอผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

พริตตี้เจอผี

พริตตี้เจอผี

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน พริตตี้เจอผี

เรา แล้วก็น้องพริตตี้อีก 3 คน พร้อมคณะทำงานอีก 2 คน ได้เดินทางไปดำเนินงานที่จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน และก็ได้เข้าพักที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง พวกเราก็ได้แบ่งกันพักทั้งปวง 3 ห้อง เป็น 303, 304 แล้วหลังจากนั้นก็ 305 เรากับน้องๆอีก 3 คน อยู่ห้อง  303  กับ 304 ส่วนพี่ๆคณะทำงานอยู่ห้อง 305 ซึ่งนี้จะมี 4 ชั้น ลักษณะเป็น เมื่อเดินออกมาจากลิฟมา ก็จากเป็นฟุตบาทยาวตรงอย่างเดียว
ภายหลังที่พวกเราออกไปพบอะไรกินกันแถวนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อย พวกพริตตี้ก็กลับมาที่เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์กันก่อน และก็พวกเราก็ได้หยุดคุยกะน้องๆที่ดินเดินเบื้องหน้าห้อง 303 ว่าประเดี๋ยวเก็บเครื่องใช้เสร็จ ก็ไปพบกันที่ห้อง 304 แล้วเอาของหวานไปนั่งกินกันตรงนั้นนะ ต่อจากนั้นน้องๆห้อง 303 ก็เข้าห้องไป ส่วนพวกเรากับน้องแป้งก็ไปที่ห้อง 304 น้องแป้งใช้กุญแจเปิดทางออก แล้วก็จู่ๆน้องก็ร้องเสียงหลง และก็กล่าวขึ้นว่า มีเงาคนวิ่งแซงเข้าไปในห้อง วิ่งชนแบบไหล่ชนไหล่เลย แม้กระนั้นมองไม่เห็นหน้า มองเห็นเป็นเพียงแค่เงาดำๆ..

เวลานี้เราก็กลัว แต่ว่าก็ต้องปลอบประโลมน้องว่าไม่มีอะไรหรอก.. พอดีพี่คณะทำงานคนนึงที่เป็นคนขับรถ ก็ออกมาจากลิฟพอดี รวมทั้งพี่คนนั้นก็รีบเดินเข้าไปในห้อง 304 ไปที่ผ้าม่านระเบียง แล้วก็ดึงม่านเปิดออก แล้วก็ตระหนกตกใจหันมาบอกพวกเราว่า เก็บของเลย แล้วลงไปพบกันที่รถยนต์

หลังจากพวกเราลงมากันแล้ว ก่อนที่จะเดินไปที่รถยนต์ ก็คิดขึ้นได้ว่าลืมน้องพริตตี้อีก 2 ผู้ที่ห้อง 303 ก็เลยใช้โทรศัพท์ที่เคาน์เตอร์โทรขึ้นไป กลับไร้คนรับ.. พี่คณะทำงานเลยให้บุคลากรขึ้นไปเป็นเพื่อน บุคลากรพูดว่า ‘พี่ขึ้นไปเองเหอะ หนูไม่กล้าหรอก..’ ในขณะที่เรายังมิได้เล่าอะไรเลย.. ในที่สุด เป็นพวกเรากับพี่คณะทำงานอีกคนขึ้นไปร่วมกัน พอเพียงไปถึงหน้าห้อง 303 ทั้งยังเคาะห้อง อีกทั้งโทรศัพท์เข้าโทรศัพท์มือถือ ทั้งยังเขย่าลูกบิด ก็ไม่ยินยอมเปิดประตู หรือรับโทรศัพท์เลย

ระหว่างที่ถอดใจว่าปล่อยไว้ที่นี่ละกัน ตอนเช้าค่อยมารับ จู่ๆ น้องๆ ก็เปิดประตูออกมางงๆ ยังไม่ทันได้พูดอะไร เราก็บอกให้น้องๆ รีบเก็บกระเป๋าลงไปที่รถ.. พอทุกคนลงมาก็ขึ้นรถรีบออกจากโรงแรมทันที ระหว่างที่ขับไปหาโรงแรมใหม่ พี่คนขับขับเร็วมาก ตาก็มองแต่กระจกหลังจนเกือบจะชนหลายครั้ง น้องๆ ต้องคอยเตือนให้พี่ตั้งสติ

พอเช้าตรู่ ก็มานั่งคุยกันว่ามันกำเนิดอะไรขึ้น พี่คนขับพูดว่า ตอนขับออกมาจากโฮเต็ล มองเห็นเพศหญิงเกาะกระจกด้านหลังรถยนต์ตลอดระยะเวลา ก้มตัว แต่ว่าเพียงพอพี่หันไปดู เค้าก็จะหันมาจ้องตาในกระจกตลอด.. ซึ่งพี่ผู้ขับบอกอีกว่า สตรีที่มองเห็น เป็นผู้เดียวกับที่เห็นที่นอกระเบียงห้องพวกเรา พี่เค้ามองเห็นจากตรงที่จอดรถ ตอนแรกนึกว่าเป็นลักขโมย พี่เค้าถึงวิ่งไปลากม่านมอง แม้กระนั้นแล้วกลับไม่พบอะไรเลย.. ส่วนน้องๆห้อง 303 ก็เล่าว่าไม่มีเสียงโทรศัพท์ เสียงเรียก หรือเสียงเคาะประตูเลยแม้กระทั้งน้อยมาก ที่ออกมาเนื่องจากกำลังจะเดินไปรับประทานของหวานห้องพวกเรากัน เราคุยกันในเวลานั้นก็ถึงกับขนลุกเลย

สถานที่จัดงานที่พวกเรามาดำเนินการ ก็อยู่ตรงกันข้ามกับรีสอร์ทที่เกิดเรื่องนั่นเอง พอตอนว่าง เราทั้งหมดทั้งปวง ก็เดินจับมือกันไปถามที่เคาน์เตอร์โฮเต็ล บุคลากรกะเช้าก็โวยวายว่าผู้ใดให้ขึ้นไปพักชั้นนั้น ผู้ใดกันแน่เป็นคนปลดปล่อยห้อง รวมทั้งได้แต่ว่าขออภัย แต่ว่าก็ไม่ยินยอมเล่าอะไร.. กระทั่งท้ายที่สุดเราออกมานั่งทานข้าวห้องอาหารตามสั่งใกล้ๆนั้น ก็สนทนาหัวข้อนี้กันระหว่างรับประทานข้าว ป้าร้านค้าข้าวได้ยินเข้า ก็เล่าว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมามีความคิดเห็นว่ามีข้าราชการอุ้มออกมา 2 ศพ จากโฮเต็ล ผัวเมียตีกัน แล้วพลัดหล่นอาคารตายทั้งสองเลย…

Continue Reading
ผีแม่ม่าย

ผีแม่ม่าย เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีแม่ม่าย

ผีแม่ม่าย เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีแม่ม่าย ที่เมืองเลยเยอะมากๆ ผมพึ่งศึกมาปีกว่าๆ
เดินธุดงษ์ผู้เดียว จึงเห็นพวกนี้บ่อย มาก
ใคร อยากลองดี ผมแนะนำสถานที่ให้
วัดป่าผาท้าย อ.เชียงคาน จ.เลย
และ วัดถ้ำเชียงกลม อ.ปากชม จ.เลย
วัด… ต.ห้วยพิชัย จ.เลย
สาระพัดที่จะเจอ
เด็ดตรงนี้ครับ ผีแม่ม่ายกลัว ว่านนางพญา และ พญาว่าน ครับ ลองมาแล้ว (แต่อย่าไปนอนทับที่เขาแล้วกัน)
อันนี้ก็ลองแล้ว ถ้าสติไม่ดีคงเป็นบ้าไปแล้ว

มีที่ไหน คนนอน”พระ”จำวัด หลับยุดีๆ มีใครก็ไม่รุ้มาดึงผ้าจีวรออก “คือห่มจีวรแทนผ้าห่ม”
จึงรู้สึกตัวตื่น แต่แปลกที่ผ้าที่เขาดึงไม่หลุดออกจากตัวเราสักที คือผ้ามันผ่านตัวเราตลอดเวลา ธรรมดาแล้วผ้าต้องหลุดใช่ไหมคับ
เท่านั้นแหละ รู้เลย ผมโดนเข้าแล้ว ขณะที่คิดได้เท่านั้น มันแสดงแบบจัดเต็มให้ผมเลย
ผีมันคงคิดว่าอยากลองดีนักใช่ไหม¡ ขณะที่ผ้ายังเลื่อนผ่านตัวผมอยู่ ก็มีผู้หญิงมานั่งขุกเข่ากับพื้น ร้องให้ ฮือๆ ต่อหน้าผม เพราะผมนอนตะแคงขวาอยู่ และขยับตัวไม่ได้
เท่านั้นยังไม่พอ มีเด็กอีกสองคนร้องไห้เสียงดังลั่นผสานกันระงม
ทางเท้าของผม เอ้า เอาหละสิ กู
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอขนาดนี้มาก่อน แต่ดีที่สติผมดีมาก ผมไม่สนอะไรแล้วตอนนั้น ถ้าสนก็บ้าแล้ว อะไรกันนี่ และ นี่คืออะไร
ผมพยายามไม่สนพยายามไม่ใส่ใจ ในเสียงร้องไห้ดังระงมนั้น
ผมท่อง ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัณจะ โยจามะนาโป สะกุนัสสะ ฯลฯ จบ บทเดียว
เท่านั้น ทุกสิ่งหายไปหมดเลย ผมลุกขึ้นได้ หอบเลยครับ หอบที่นอน ย้ายที่นอนไปที่ใหม่
ตอนเห็นเขา ตกใจมาก นะ หรือกลัวก็ไม่แน่ใจ
แต่พอลุกขึ้นได้กลับกลายเป็นเคืองผีแทน ตกใจ
นี่หละครับประสพการณ์จริง ผมก็คนหนึ่งที่ว่าแน่
แต่ก็เกรงไปเลย สถานที่นี้คือ วัดป่าผาท้าย บ้านผาแบ่น อ.เชียงคาน จ.เลย

แหล่งที่มา facebook

Continue Reading
วันรับปริญญา

วันรับปริญญา สุดสยองขวัญ

วันรับปริญญา สุดสยองขวัญ

วันรับปริญญา

สุดสยองขวัญ วันรับปริญญา

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว…
ลูกพี่ของเราหรืออิเจ้าของลอกอินสุดเกรียน เขาจะเข้ารับปริญญาค่ะ
ตัวเขาไปเช่า ชุดครุย จากร้านๆนึงมา เช่าอย่างเดียว ไม่ใช่เช่าตัด
เพราะฉะนั้น มันอาจเป็นมือ 2 ยันมือ 10 เพราะสถาบันนี้
ไม่เคยเปลี่ยนรูปแบบชุดครุยมานานแล้ว…

วันซ้อมเขาจะต้องไปซ้อมที่สถาบัน เราไปด้วยเพราะต้องการไปช่วยเขาถือของ
เหตุการณ์ก็ปกติดี ไม่มีอะไร…
ตอนเย็นๆ ยังแอบย่องหลบพี่ยามขึ้นไปดูศาลในห้องน้ำหญิงกันเลยจ้าาา 555
สรุปไม่เจออะไร แต่บรรยากาศหลอนสุดๆ จนกระทั่งขากลับ

ขากลับ พี่เขาห้อยชุดครุยไว้ตรงที่เกี่ยวตรงเบาะหลัง
ชุดครุยก็จะแขวนอยู่ข้างหลังเบาะ ของเขาพอดิบพอดี (คิดภาพตามนะคะ)
สำหรับเรา นั่งเบาะหน้าข้างผู้ขับ ก็นั่งไป เม้าท์กันไป
“เธอ ถือน้ำให้หน่อย กระหายน้ำ”
พวกเราก็หันหลัง เอียงตัวจะไปถือขวดน้ำกินที่กองไว้ที่พื้น

แม้กระนั้นจังหวะนั้น… ก่อนที่จะพวกเราจะเอื้อมมือไปถือ ขวดน้ำ
ชุดครุยเปล่าๆที่ไม่สมควรจะมีอะไร พวกเรากลับมองเห็นบริเวณใบหน้าผู้หญิงคนนึง
อยู่ในช่องว่างระหว่างชุดครุยตรงกลางอก!!!
บริเวณใบหน้าคล้ำ ผมยุ่งเหยิง ตาสีแดงเข้ม ปากมีเลือดเปื้อนเต็มปาก
มีแต่หน้า ไม่มีตัว!! ดูพวกเราด้วยสายตาแบบจะกินเลือดกินเนื้อ!!!

พวกเราช็อกจนถึงพูดอะไรไม่ออก เลยรีบคว้าขวดน้ำแล้วส่งให้พี่เขาแบบหลับตา
“พี่.. ด้านหลัง มองเห็นอะไรไหม?” พวกเราถามเสียงสั่นเครือ…

พี่เราชะลอรถ แล้วหันไปดู เขาก็บอกว่า “ไม่เห็นมีอะไร”
แล้วเขาก็ถามเราว่า “เราเห็นอะไร” เราก็ไม่กล้าตอบ เพราะเรากำลังช็อกอยู่
ก็เลยตอบสั้นๆแค่ว่า “เดี๋ยวถึงห้องจะเล่าให้ฟัง”

พอไปถึงห้อง เราสั่งพี่เราเลยว่า
“ห้ามเอาชุดขึ้นมาบนห้องด้วยเด็ดขาด!!! ทิ้งไว้ในรถแบบนั้นแหละ”
พี่เราก็งง แต่เขาก็ทำตามที่เราบอก แล้วเราก็เล่าๆๆ ให้เขาฟัง…
เขาไม่เชื่อเรา เขาคิดว่าเราตาฝาด
เพราะชุดครุยของเขาเป็นสีแดง บั้งที่แขนสองบั้งเป็นสีทอง
เราหันหน้าไปเร็ว ตาอาจปรับสภาพไม่ทันก็ได้ สีชุดกับบั้งเลยผสมปนเปเป็นหลายๆ สี
เราก็… ถ้าตาฝาด ทำไมเราเห็นรายละเอียดของใบหน้าผีนั้น
ชัดเหลือเกิน ชัดระดับ HD เลยนะ

พรุ่งนี้ (ถ้าหากจำไม่ผิด) พี่พวกเราก็เข้าพระราชทานปริญญาบัตร
ทั้งหมดทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีค่ะ จะมีก็แต่ว่า… พี่พวกเรานั่งหน้าสุด
แต่ว่าดันนั่งหลับน้ำลายไหลยืดต่อหน้าหน้า
พวกเราก็เลยมีความคิดว่า พวกเราอาจตาฝาดไปเองอย่างที่พี่พวกเราว่า

แต่ว่าเรื่องมันไม่ได้เป็นแบบนั้น
เพราะเหตุว่า พี่พวกเราดำเนินงานแล้ว เขาเลยไม่ว่างไปคืน (แม้กระนั้นตอนยืม ไปยืมได้นะยะ)
เขาเลยใช้ให้พวกเราไปคืนชุดจ้ะ พวกเราก็หอบชุดไปที่ร้านค้านั้น
ในร้านค้า เป็นร้านค้าเล็กๆมีเค้าท์เตอร์ยาวๆด้านซ้าย
ต่อมา เป็นทางเท้าเพียงแค่ผู้เดียวเดินผ่าน
ส่วนทางด้านขวาจะเป็นชุดครุยสถาบันนี้ห้อยอยู่เยอะไปหมด
คนภายในร้านค้ามี 4-5 คน มี 2 ผู้ที่กำลังจับชุดใส่พลาสติกใสๆ
อีกคนก็รับไปห้อย ใกล้กันก็มีคนยืนรีดชุดอยู่ ในร้านค้าดูวุ่นวายมากมาย
ภายหลังคืนชุด รับเงินเงินมัดจำเสร็จ พวกเราคาใจเลยถามบุคลากรที่ยืนตรงเค้าท์เตอร์ว่า
“พี่ค่ะ ชุดครุยชุดนี้ มันมีอะไรหรือไม่ขา” ทุกคนในร้านค้าที่กำลังวุ่นกับสิ่งนี้
หยุดสิ่งที่ทำอยู่โดยทันที มองหน้าคุ้นเคย และจากนั้นก็หน้าซีดกันหมดเลยจ้ะ
“ไม่มีจ้ะน้อง ไม่มีๆๆ” พี่ตรงเค้าท์เตอร์ตอบพวกเรา… เหงื่อซึมแล้วค่ะพี่ค่ะ…

Continue Reading
เรื่องเล่าผี

เรื่องเล่าผี วิญญาณทหารเขมร

เรื่องเล่าผี

เรื่องเล่าผี

วิญญาณทหารเขมร เรื่องที่จะเล่าเกิดเรื่องจริงจากพี่สาวของคนเขียน ไม่มีการเสริมแต่งใดๆทั้งมวล ย้อนกลับไปเมื่อปี2553 คนเขียนกับพี่สาวและก็คุณแม่เราท่องเที่ยวที่ราชอาณาจักรกัมพูชา

ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เคยมาตรงนี้ เมืองหลวงพนมเปญทันสมัย มีตึกรามบ้านช่อง ห้องอาหารเยอะมาก ผู้คนจำนวนมาก คนที่นี่น่ารักน่าเอ็นดูดีค่ะ คล้ายกับประเทศไทยยังไงแบบนั้น ของกินตรงนี้ก็

คล้ายบ้านพวกเรา แม้กระนั้นใครกันแน่จะทราบว่าเมืองหลวงตรงนี้เคยเกิดเรื่องเศร้า ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุ คนเขมรร่วมกันเองมาแล้ว รู้สึกเสียใจจัง เป็นครั้งแรกที่คนเขียนแล้วก็พี่สาวได้มาท่องเที่ยวตรงนี้ มาถึงพนมเปญก็ตรงเวลาราว1ทุ่ม ก็เข้าพักบังกะโลในเมืองพนมเปญในทันที อพาร์เม้นท์ตรงนี้งามล้ำยุคดีค่ะ พวกเรานอนกันสามคน นักเขียนกับม่าม้านอนหลับสบาย แม้กระนั้นมีพี่สาวผู้เดียวที่พักผ่อนไม่หลับ เนื่องจากว่ารู้สึกราวกับมีคนรอจ้องตลอดระยะเวลา พี่สาวเป็นคนค่อนข้างจะมีสัมผัสพิเศษ เป็นคนฝันแม่นมากๆกระทั่งน่าสยดสยองซึ่งมันมีหลายเหตุที่เกิดขึ้นจริงแม้

กระนั้นจะขอผ่านไปนะคะ เพื่อไม่ให้นักอ่านเบื่อไปเสียก่อน เพียงพอตื่นเช้าตรู่พี่สาวเล่าว่าเมื่อคืนนี้นอนไม่หลับเพราะว่ารู้สึกได้ว่าเสมือนมีคนรอจ้องอยู่เสมอแถวรอบๆตรงตู้ที่มีไว้ใส่เสื้อผ้า แต่ว่าคนเขียนกับม่าม้าก็มิได้คิดอะไร เนื่องจากว่ามีความคิดว่าพี่สาวบางครั้งอาจจะแปลกที่ก็เลยคิดมากไปเอง ประเด็นนี้ก็ลืมๆกันไป มาท่องเที่ยวได้4วันก็ถึงวันกลับ มาถึงประเทศไทยประมาณ3ทุ่ม เพียงพอถึงยังหน้าบ้านก็ต่างแยกย้ายบ้านคนไหนกันบ้านมันเนื่องจากว่าเหนื่อยกับการเดินทางแม้กระนั้นอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันจ้ะ มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตอนประมาณสามนาฬิกากว่าๆพี่สาวเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนแล้วก็ตื่นกลัวกับสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้เอง

พี่สาวเล่าว่า พอเพียงมาถึงบ้านก็หลับเลยเพราะว่าเหนื่อยกับการเดินทาง จนถึงมาถึงตอนโดยประมาณสองนาฬิกาพี่สาวรู้สึกแสบตาดุจว่าไฟในห้องเปิดอยู่แม้กระนั้นรู้เรื่องใช่มั้ยค่ะว่าตอนที่มนุษย์เราง่วงงุนมากมายๆตามันไม่ต้องการที่จะอยากจะลืมขึ้นมามองอะไรทั้งหมด แม้กระนั้นเนื่องจากว่าในใจในตอนนั้นก็ใคร่รู้ว่าคนไหนกันแน่มาเปิดไฟ!!เช่นเดียวกับจำต้องต่อสู้กับความง่วงของตน ก็เพียรพยายามฝ่าฝืนลืมตาเพื่อจะมองว่าไฟเปิดได้เช่นไร เมื่อลืมตาขึ้นมา ในห้องกลับมีแต่ว่าความมืดมน!! มีเพียงแต่แสงสว่างด้านนอกบ้านเล็ดลอดเข้ามาให้เพียงพอเห็นด้านในห้องซึ่งปกติทุกเมื่อเชื่อวันอยู่แล้ว แม้กระนั้นกรณีไฟในห้องนอนจะเป็นสีขาวสว่างจ้าพวกเราจะทราบได้ในทันทีว่าไฟเปิดอยู่หากแม้หลับตาแต่ว่าความสว่างแรงของแสงสว่างพวกเราจะรู้สึกร้อนรวมทั้งแสบตา พี่สาวรู้สึกประหลาดใจรวมทั้งแน่ใจว่ามีอะไรบางอย่างไม่ดีเหมือนปกติ แต่ว่าด้วยความง่วงหงาวหาวนอนก็เลยหลับต่อ หลับไปได้โดยประมาณ10นาที ได้ยินเหมือนมีเสียงฝีเท้าคนเดินมาจากทางประตูห้องนอนเข้ามาข้างในห้อง

เสียงเดินแจ่มแจ้งตอนแรกมีความคิดว่าบางครั้งก็อาจจะเป็นผัวอาจกลับมาถึงที่บ้านเนื่องจากว่าธรรมดาผัวพี่สาวจะกลับไปอยู่ที่บ้านไม่ตรงเวลาอยู่แล้ว พอใช้ยินเพราะฉะนั้น ก็พากเพียรลืมตาแต่ว่าก็หลับๆตื่นๆ พี่สาวมองเห็นเพศชายลักษณะรูปร่างสูงใหญ่แข็งแรง ทรงผมเหมือนทหาร แต่ว่าหน้ามองเห็นไม่ค่อยชัด มายืนอยู่ตรงปลายเตียง อยู่ๆก็กระโดดขึ้นคร่อมพี่สาวซึ่งเป็นตอนๆในขณะที่เร็วมาก อยู่ๆอีกทั้งแขนขากลับเหนื่อยกระทั่งจะอ้าปากก็ยังทำไม่ได้ ราวกับมีอำนาจสะกดให้นอนนิ่งๆระหว่างคร่อมอยู่วิญญาณตนนี้ตบที่ศีรษะของพี่สาวอย่างแรงตบไปตบมามากมายหน รวมทั้งตบแรงขึ้นเรื่อยๆจนถึงพี่สาวไม่ไหวแล้ว เสมือนจะเอาให้ตาย พอเพียงครู่หนึ่งแขนขาพี่สาวกลับมามีแรงพี่สาวไม่คอยช้าผลักวิญญาณตนนั้นแบบสุดกำลัง(ผลักไปมีแม้กระนั้นความว่าง) พี่สาวทั้งยังกลัวทั้งยังสะดุ้งทั้งยังโกรธรวมทั้งงงเต็กว่ามันเป็นอย่างไร จะว่าฝันก็ไม่ใช่ด้วยเหตุว่ารู้สึกเจ็บที่หัวจริงๆแต่ว่าก็ยังไม่ลุกไปไหนพี่สาวก็ยังอยู่บนที่พักผ่อน ครู่หนึ่งก็เผลอหลับไป ยังไม่ถึง20นาที วิญญาณตนนี้มันกลับมาอีกและก็ร้ายกว่าเดิม มันขึ้นคร่อมพี่สาวได้มันจับเหวี่ยงหัวอยู่เป็นเวลายาวนานมากและก็ตัวพี่สาวลอยขึ้นอยู่กับเหนือเตียง (ถ้าเกิดผู้ใดกันเคยดูหนังผีฝรั่งที่วิญญาณสิงที่สร้างมาจากความเป็นจริงเป็นอย่างนั้นเลยจ้ะ)พี่สาวรู้สึกตัวว่าไม่ไหวแล้วทรมาทรกรรมมากมายราวกับคนกำลังใกล้ตายและไม่ทราบว่าวิญญาณตนนี้เกลียดชังอะไรหนักหนา ถึงมาทำอย่างงี้ พี่สาวเพียงแต่ได้คิดในใจเพราะว่าราวกับโดนสะกดให้ไม่มีเสียง เพียงแค่คิดเพียงแค่นั้น พี่สาวก็ได้ยินเสียงวิญญาณตนนี้กล่าวภาษาเขมรแม้กระนั้นฟังไม่รู้เรื่อง

แม้กระนั้นทราบดีว่าเป็นภาษาที่คนเขมรกล่าวกัน วิญญาณตนนี้คงจะบอกด้านจิตด้วยเหตุว่าปากมิได้ขยับ แม้กระนั้นน้ำเสียงน่าสยองเสมือนแค้นเคืองกันมา ในใจพี่สาวขณะนั้นใกล้จะไม่ไหวและระลึกถึงพุทธรูปและก็มานะท่องคาถาเท่าที่คิดออกแต่ว่าวิญญาณตนนี้ไม่เคยทราบสึกกลัวถึงแม้ตัวน้อย กลับเหวี่ยงหัวเรี่ยวหัวแรงขึ้นไปอีกและก็ลอยตัวขึ้นรวมทั้งปลดปล่อยให้ล่วงลงที่พักผ่อนทำอยู่อย่างงี้สลับไปๆมาๆอยู่20นาทีได้ ซึ่งจัดว่านานนมจากที่พี่สาวกลัวมากมายกลายเป็นขุ่นเคืองก็เลยทั้งยังด่าทอทั้งยังแช่งไม่ให้ผุดให้กำเนิดแค่นึกในใจแค่นั้นวิญญาณก็สูญหายหายไป ซึ่งณ เวลานั้นพี่สาวหลุดจากวิญญาณมาได้ก็รีบเปิดไฟแล้วก็สะสมสติว่ามันเป็นยังไง รู้สึกเจ็บเนื้อเจ็บตัวเจ็บหัวซึ่งมันไม่น่าเชื่อจริงๆแล้วก็รีบวิ่งลงไปพบแม่สามีที่พักผ่อนอยู่ด้านล่าง พูดว่ามีวิญญาณเข้ามารังแก แม่สามีเลยเอาพระมาเกี่ยวคอให้สรุปคืนนั้นเกือบจะมิได้นอน พี่สาวก็รีบโทรมาหาคนเขียนเดี๋ยวนั้นเล่าสยองขวัญน่าสยดสยองที่ได้พบมาใหม่ๆร้อน

พอเช้าก็รีบใส่บาตรทำบุญสุนทานอุทิศไปให้กับวิญญาณเขมร ต่อจากนั้นสองวันพี่สาวฝันว่ามองเห็นตนเองอยู่ในสมัยเขมรแดง แต่งตัวเสมือนแพทย์แล้วก็มีกระเป๋าใบใหญ่ตะพายข้าง กำลังเดินไปพร้อมๆกับชาวเขมรหลายร้อยคน และก็มองเห็นผู้เสียชีวิตมากที่โดนระเบิด มองเห็นรถไฟ มองเห็นทหารเขมรแดง มองเห็นคนใกล้ตายกำลังวิงวอนให้รักษา อยู่ๆมือของพี่สาวก็โดนไฟลวกมือทั้งสองข้าง พอเพียงตื่นเช้าตรู่ก็คิดถึงความฝันของตน และมานั่งดูมือตนเองว่ามิน่าเล่าว่าเพราะเหตุใดชาตินี้พี่สาวถึงมือเหี่ยวเฉาเสมือนคนอายุ80เป็นมาตั้งแต่กำเนิดเลย

แต่ว่าพี่สาวเป็นคนงามมากมายนะคะอายุเวลานี้40แม้กระนั้นมือเหี่ยวเฉามากมาย พี่สาวกำเนิด15ม.ย.2518 รวมทั้งตอนสมัยเขมรแดงก็กำเนิดการสู้รบตอนต้นปี2518พอดิบพอดีเลยจ้ะ ก็แปลกดีนะขามันช่างบังเอิญซะอย่างยิ่ง มีผู้ตายเยอะแยะเท่าที่รู้คงจะเกิน2ล้านขึ้นไป เพียงแค่คนไม่กี่ผู้ที่มีความคิดสุดขั้วฆ่าล้างผลาญลูกพี่ลูกน้องชาวเขมรร่วมกันเองฆ่าพวกแพทย์ นักวิชาการ อาจารย์ พระ คนที่มีความรู้และมีความเข้าใจแล้วก็รัฐมนตรีที่เป็นคู่อริเค้านับว่าคนกลุ่มนี้รู้มากเหลือเกินเอาไว้มิได้ เป็นศัตรูเป็นศัตรูสำหรับเค้าด้วยเหตุนี้จำเป็นต้องกำจัดให้หมด กลุ่มคนเหล่านี้จะโดนกักขังที่ตารางก่อนโดนฆ่าจะใช้แนวทางทรมาทรกรรมต่างๆนานา น่าสังเวชมากมายจ้ะด้วยเหตุว่าป่าเถื่อนสุดจะบรรยายไม่คิดไม่ฝันว่าจะฆ่าผู้บริสุทธิ์เป็นล้านๆได้มากขนาดนี้ นักเขียนมั่นใจว่ามนุษย์เราตายและจากนั้นก็จะต้องเกิดขึ้นมาชดเชยบาปกันอีก ไม่รู้จักจบจักสิ้นเวียนว่ายตายกำเนิดอยู่แบบงี้ เชื่อเรื่องของโลกภพก่อนและก็ชาติต่อไปมีจริงๆเพราะฉะนั้นในเวลานี้พวกเรายังมีชีวิตอยู่ก็ควรจะรีบสร้างบุญสร้างบุญกุศล ทำความดีให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำเป็น ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน อย่ามัวแต่ผลัดวันรับรองพรุ่งอยู่เลย ด้วยเหตุว่าพวกเราเป็นไปไม่ได้ทราบได้เลยว่าวันนี้หรือวันพรุ่งพวกเราจะยังมีชีวิตอยู่มั้ย รีบสร้างความดีกันเหอะจ้ะก่อนที่จะวันพรุ่งจะไม่มีให้พวกเราสร้าง.…

Continue Reading
เรื่องสยองขวัญ

เรื่องสยองขวัญ “ผีปอบในค่ายลูกเสือ”

เรื่องสยองขวัญ

เรื่องสยองขวัญ

ผีปอบในค่ายลูกเสือ เรื่องสยองขวัญ

เคยได้ฟังไหมครับว่า
หากมีเสียงทักในค่ำคืน อย่าทักตอบ

สวัสดีครับผม
วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง
หัวข้อนี้เกิดขึ้นกับพี่สาวของผมนะครับ ซึ่งพวกเราเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน
ขอเริ่มเรื่องเลยครับผม

พี่ไปเข้าค่ายลูกเสือกับทางโรงเรียน แล้วพอตกกลางคืน ต้องมีการเข้าฐาน
ผมก็เคยไปครับ มันไม่น่ากลัว เพราะเหตุว่ามีเพื่อนเยอะแยะ แล้วก็อาจารย์เค้าก็จะรอดูแลพวกเรา
ของพี่ผม เค้าบอกว่า เหมือนของผมล่ะ เพียงแต่ว่า ในระหว่างที่เข้าฐาน เค้าได้ยินเสียงเรียกของใครซักคน เรียกชื่อเค้าว่า เอ๋
เค้าก็รับขานรับว่า ฮะ เพื่อนที่อยู่ด้านข้างก็งงงวย ว่าพี่เอ๋ ฮะ กับคนไหนกันแน่ พอเล่นฐานเสร็จก็ไปนอน

พี่เอ๋เล่าว่า พอหลับไปได้ซักพัก รู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก พอลืมตา มึงมองเห็นคนแก่ ผมยาว ผมขาวหงอกหมดทั้งหัว
กำลังนั่งนอนทับที่ท้องของพี่เอ๋อยู่ พี่เอ๋ตกใจกลัวมาก พยายามร้องและก็ดิ้น แม้กระนั้นดิ้นมากแค่ไหนก็ดิ้นไม่หลุด รวมทั้งร้องไปก็ไม่มีใครได้ยิน
เพื่อนฝูงในเต้นท์ก็นอนกันหมด และไม่ทันไร  ยายแก่  คนนั้นก็ยิ้ม แล้วมันก็ก้มมาหาพี่เอ๋ กล่าวกับพี่เอ๋ว่า น่ากินนะเนี๊ย
แล้วมันก็ยืนขึ้น มันลอดเข้าไปในท้องของพี่เอ๋ พี่เอ๋ตกอกตกใจมากมาย ร้องเสียงดัง ที่นี้สียงก็ดังออกมา เพื่อนพ้องๆตกใจ ตื่นมาดูพี่เอ๋ ถามคำถามว่าเป็นอะไร
พี่เอ๋ได้แต่ว่าร้องโวยวาย คุณครูที่อยู่เวรได้ยินก็รีบวิ่งมาดู ต่างช่วยเหลือกันมองว่า พี่เอ๋เป็นอะไร พี่เอ๋มัวแต่ร้องไห้ไม่ยอมหยุด จนถึงทุกคนตื่นกันหมด
อาจารย์เลยตกลงใจ โทรตามรถพยาบาลเพราะกลัวจะเป็นสัตว์มีพิษไปทำร้ายพี่เอ๋

พี่เอ๋มัวแต่ร้องไห้ ไม่ยอมพูดจาอะไร พอไปถึงโรงพยายบาลไม่นาน พ่อแม่พี่เอ๋ หรือก็คือคุณลุงกับป้าของผม ก็ไปดูพี่เอ๋ที่โรงพยาบาล
เนื่องจากอาจารย์โทรตาม พอลุงกับป้ามาก็ถามพี่เอ๋ว่า หนูเป็นอะไร พี่เอ๋ไม่ตอบ ร้องไห้สิ่งเดียว หมอก็มึนงง ว่าพี่เอ๋เป็นอะไร
เนื่องจากว่าไม่มีการบาดเจ็บอะไรเลย พี่เอ๋ร้องไห้จนเป็นลมสลบไป หมอเลยให้นอนพักที่โรงพยาบาลก่อน

ในเวลานั้นดึกมากแล้ว คุณลุงเลยกลับไปอยู่บ้านก่อนเนื่องจากว่าปลอดคนเฝ้าบ้าน ส่วนป้าก็นอนเฝ้าพี่เอ๋ ขณะที่ป้ากำลังนอนเฝ้า
อยู่ๆพี่เอ๋ก็ลืมตาขึ้น หันมาดูป้า ในเวลานั้นป้ายังมิได้หลับ มองเห็นพี่เอ๋ลืมตาขึ้นก็ถามคำถามว่า เป็นยังไงลูกรู้ตัวแล้วหรอ
พี่เอ๋ได้แม้กระนั้นยิ้ม แล้วก็กล่าวกับป้าว่า มันอร่อยใช่ได้เลย พอเพียงกล่าวจบพี่เอ๋ก็นอนต่อแบบเฉย

ป้าตกใจมากมาย โทรบอกคุณลุง คุณลุงยังขับขี่รถไม่ถึงยังหน้าบ้าน ก็เลี้ยวรถยนต์กลับมาหาป้า คุณลุงกล่าวว่าเดี๋ยวรอคอยให้เช้าก่อน พวกเราพาเอ๋ไปพบพระอาจารย์กัน
คืนนั้นคุณลุงกับป้ามิได้นอน ด้วยความห่วงพี่เอ๋ พี่เอ๋เสมือนคนธรรมดาทั้งหมดทุกอย่าง หมอตรวจแล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีอาการอะไรแตกต่างจากปกติ

เพียงพอถึงเช้าคุณลุงกับป้าก็พาพี่เอ๋ไปวัด พร้อมญาติโกโหติกาที่รู้ข่าว ก็ตามไปกันด้วย พอถึงวัด ก็ไปพบพระอาจารย์ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า
เก่งเรื่องวิชาอาคม เพียงพอเดินจะไปไหว้พระอาจารย์ ท่านก็พูดมาก่อนเลยว่า เราเตือนก่อนนะ ถ้าเกิดยังอยู่ในร่างมัน กูไม่ปราณีแน่
ปรากฏว่าพี่เอ๋ จากคนเซื่องซึม ก็เปลี่ยนแปลงเป็นคนแข็งกร้าว พี่เอ๋บอกว่า หากกูไม่แน่จริง กูไม่อยู่มาได้ขนาดนี้หรอก

พวกญาติๆต่างพากันสับสน ด้วยเหตุว่าพี่เอ๋เป็นคนเรียบร้อย ไม่เคยกล่าวคำหยาบ
พระคุณครูไม่รอคอยช้า เอ็งจับขันที่เอาไว้ใส่น้ำมนต์พร้อมไม้เรียวออกมา พอเพียงท่านร่ายอาคมเสร็จก็ฟาดไปที่พี่เอ๋
เรียกว่าเป็นการฟาดเบาๆไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บเลย แต่ว่าพี่เอ๋ดิ้นราวกับใจจะขาด เพียงพอมึงดิ้นซักพัก เอ็งก็หยุด แล้วกล่าวออกมาว่า
ดีๆอย่างงี้ล่ะข้าถูกใจ มันจะได้ตายพร้อมกูนี่ล่ะ ฉันจะเอามันไปด้วย พร้อมเสียงหัวเราะ
พระอาจารย์ถือสร้อยคอลูกประคำออกมา พร้อมร่ายคาถาอาคม เพียงพอร่ายเสร็จก็เอาไปเกี่ยวคอพี่เอ๋
พร้อมด้วยร่ายอาคมแบบไม่หยุด พี่เอ๋ดิ้นดิ้นรน เครือญาติๆก็ช่วยเหลือกันจับ
ไม่น่าเชื่อว่า เด็กแรงจะมากขนาดจำเป็นต้องใช้คนแก่ 3 คนถึงจะจับอยู่

ต่อจากนั้น พระคุณครูบอกลูกศิษย์วัดว่า ไปเอาไอ้โน่นมา พูดเหมือนรู้กันว่ามันเป็นยังไง ลูกศิษย์วัดก็ยืนขึ้นไปเอา
มันคือไหขนาดเล็ก พร้อมผ้ายันต์ 1 ผืน พอเอามา พระคุณครูถอดลูกประคำนั้นออก
ไม่น่าเชื่อ ลูกประคำสีขาว กลายเป็นสีดำสนิท พระคุณครูยัดลูกประคำลงในไหพร้อมปิดผ้ายันต์
และก็ท่องคาถาซ้ำ ตอนที่ปิดผ้ายันต์ ทุกคนรับรองว่า มองเห็นยันต์โดนกระทุ้ง
เสมือนกบกระโจนชนอยู่ด้านใน สร้างความแปลกใจเป็นอย่างมาก

ช่วงนี้พี่เอ๋กลับมาเป็นพี่เอ๋คนเดิมแล้ว พระคุณครูพูดว่า มันเป็นผีปอบที่หลุดออกมา จากที่ที่มันเคยอยู่
เนื่องจากว่ามีคนไปยุ่งกับภาชนะที่ขังมันไว้ มันก็เลยออกมาได้ มันจะเข้าร่างผู้ที่จิตอ่อน เพื่อกินตับไตไส้พุง ถ้าหากมาเร็วก็ไม่มีปัญหา
แต่ถ้าหากมาช้าก็บางทีก็อาจจะสายเหลือเกิน ส่วนไหขนาดเล็ก พระคุณครูได้ให้ลูกศิษย์วัดเอาไปฝังไว้ที่ป้าช้า
พอกราบลาพระอาจารย์ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านครับ…

Continue Reading