ผีสาวตายทั้งกลม

ผีสาวตายทั้งกลม แม่น้ำมูล จ.สุรินทร์ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีสาวตายทั้งกลม

ผีสาวตายทั้งกลม แม่น้ำมูล จ.สุรินทร์

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีสาวตายทั้งกลม

เรื่องราว เกี่ยวกับสายน้ำรวมทั้งความเลื่อมใสของชาวไทยพวกเรามีให้กล่าวถึงกันอยู่แทบทุกๆที่ในภูมิภาค ยิ่งถ้าเกิดที่ไหนเกิดมีคนเสียชีวิตเสมอๆก็ชอบมีเรื่องมีราวเล่าเกี่ยวกับสิ่งลึกลับตามมาจำนวนมาก

สิ่งลึกลับที่ว่า บางทีอาจหมายความว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเชื่อถือ นั่นเป็นเจ้าสถานที่องน้ำ ทวยเทพ..ส่วนสิ่งลึกลับด้านมืดก็คือเรื่องเล่าเกี่ยวกับพรายน้ำ หรือมักที่จะเรียกชินปากกันว่าผีพรายนั่นเอง..!!

ถ้าหากกล่าวถึงแม่น้ำมูล ที่ไหลผ่านหลายจังหวัดทางภาคอีสานทุกคนก็น่าจะรู้จักกันอย่างดีเยี่ยม แต่ว่าถ้ากล่าวถึง “หาดสะแก” ที่พักผ่อนพักผ่อนที่นึงริมแม่น้ำมูลใน จังหวัดสุรินทร์ ที่ซึ่งชาวบ้านแถวนั้นมักถูกใจลงไปเล่นน้ำกันแล้วก็ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาล้วนเคยมีคนลงไปเล่นและก็จมน้ำตายมาแล้วหลายต่อหลายศพ

การเกิดอุบัติเหตุทุกครั้ง ถ้ามองว่าเป็นเรื่องของความประมาทก็คงมีส่วน แต่กับหลายเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นท่ามกลางความมึนงงสงสัยของชาวบ้าน ว่าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นได้อย่างไร จึงมักถูกนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องราวอาถรรพ์ของคนในพื้นที่
สำหรับสถานที่แห่งนี้เดิมทีเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ได้เคยมีเรื่องเล่าอันสยดสยองอยู่เรื่องนึง นั่นคือมีชาวบ้านพบศพผู้หญิงตายทั้งกลมลอยน้ำมา แต่เนื่องจากตอนนั้นไม่ได้มีคนสนใจหรือคิดจะนำศพหญิงท้องเคราะห์ร้ายผู้นั้นขึ้นมาทำพิธีให้ถูกต้องตามศาสนา จึงได้แต่ปล่อยให้ลอยน้ำไปแบบตามเวรตามกรรม

จากนั้นเรื่องราวสยองขวัญก็เลยตามมา เมื่อหลังจากนั้นชาวบ้านในบริเวณนั้นมักพบเข้ากับวิญญาณสาวตายทั้งกลมดังกล่าว มาปรากฏกายให้เห็น..!!
เคยมีคนแก่ที่ปลูกบ้านอยู่ริมแม่น้ำเล่าว่า เขาเชื่อว่าวิญญาณตายทั้งกลมยังอยู่ตรงนั้น โดยแกยังเคยฝันเห็นผู้หญิงดังกล่าวมาหา พร้อมบอกว่าอยากได้เด็กหนุ่มผู้ชายให้ไปอยู่ด้วย
โดยที่ผ่านมา ริมหาดสะแกก็ได้คร่าชีวิตผู้คนที่ลงไปเล่นน้ำตรงนั้นมาแล้วหลายราย..!! ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็กวัยรุ่นซะเป็นส่วนมาก โดยเชื่อว่าที่เด็กวัยรุ่นผู้ชายที่มักเสียชีวิตตรงนั้น คงเพราะว่าดวงวิญญาณหญิงสาวตายทั้งกลม อยากได้เพื่อเอาไปอยู่กับลูกสาวของตน
(ซึ่งทางความเชื่อบ้างก็ว่าเมื่อเวลาผ่านมา 20 ปี วิญญาณเด็กที่เคยอยู่ในท้องเธอ ก็คงจะโตเป็นสาวแล้วพอดี)

เรื่องเล่าดังกล่าวมาตรงกับเหตุการณ์นึงที่เคยเป็นข่าวดัง เพราะเมื่อไม่กี่ปีก่อนได้เกิดเหตุ เด็กวัยรุ่นอายุ 19 ปี ได้ไปเล่นน้ำกับเพื่อนที่ตรงหาดดังกล่าว ซึ่งจุดที่ลงเล่นจะมีทั้งเป็นที่ตื้นและตรงน้ำลึก
อยู่ๆผู้ตายก็กระโดดลงไปเล่นตรงที่เป็นน้ำลึก แล้วร่างก็จมหายไปแบบไร้ร่องรอย จนเพื่อนๆและชาวบ้านต่างช่วยกันไปงมหาศพ แต่ปรากฏว่าหายังไงก็หาไม่เจอ
จนกระทั่งเช้าวันต่อมา วิญญาณของเด็กหนุ่มผู้ตายได้ไปเข้าฝันญาติของเขา พร้อมกับบอกว่าร่างเขาจมอยู่ ณ.ตรงจุดไหน พอญาติไปดูก็ปรากฏว่าพบศพชายหนุ่มตามที่เขาได้มาเข้าฝันบอกจริงๆ..!!
ที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือ ช่วงเวลาที่ต่างงมหาศพกันอยู่นั้น ได้มีชาวบ้านบางคนมองไปตรงชายฝั่ง ปรากฏว่าเห็นวิญญาณผู้หญิงที่ว่าตายทั้งกลม ได้มายืนอยู่ใต้ต้นไม้พร้อมกับชี้มือไปตรงที่ศพจมอยู่ด้วย..!! ซึ่งล้วนเป็นเรื่องแปลกประหลาดและชวนขนหัวลุกดีเหลือเกิน..!!

ส่วนศพของผู้ตายที่พบปรากฏว่าร่างไปกอดอยู่ที่ขอนไม้ใต้น้ำ ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลก เพราะโดยทั่วไปถ้าหากคนจมน้ำตายถ้าไม่ไปติดกิ่งไม้หรือเป็นตะคริวก็คงไม่จมน้ำในสภาพแบบนี้แน่นอน
และเมื่อชาวบ้านช่วยกันนำศพขึ้นมาก็ต้องถึงกับตกใจ เพราะว่าตามร่างกายผู้ตายโดยเฉพาะช่วงหลังถึงท้ายทอย กลับพบเป็นรอยเขียวช้ำเหมือนกับว่าถูกอะไรบางอย่างรัด..!! บางคนเชื่อว่าน่าจะถูกเส้นผมของวิญญาณตายทั้งกลมดึงให้จมน้ำตายก็เป็นได้..!!

สำหรับเรื่องราวสยองขวัญในแม่น้ำมูลตรงจุดนี้ ยังมีอีกเรื่องราวที่ถือเป็นตำนานของที่นี่ ก็คือตรงช่วงนึงของลำน้ำจะมีรากไม้ตะเคียนจมอยู่ใต้ผืนน้ำ ซึ่งถ้าหากว่าช่วงไหนที่น้ำลดก็จะเห็นเป็นซากต้นตะเคียนโผล่ขึ้นมา ซึ่งชาวบ้านต่างก็เขื่อกันว่า ตะเคียนดังกล่าวมีนางไม้สิงสถิตอยู่ด้วย ถึงขนาดที่ว่าทำเป็นศาลอยู่ตรงริมตลิ่งให้ผู้คนได้มากราบไหว้กันด้วย
แต่เท่าที่ทราบมาก็ดูเหมือนว่าวิญญาณนางไม้ที่ว่าจะไม่เคยมาทำร้ายผู้คน แต่จะคอยมาช่วยเหลือหรือปกป้องซะมากกว่า

อย่างไรก็ตามสถานที่ดังกล่าวเคยมีรายการผีได้ไปถ่ายทำ และก็ยังสัมผัสได้ถึงดวงวิญญาณที่ว่ามาด้วย รวมไปถึงพวกชอบลองของที่มักจะชอบไปสัมผัสบรรยากาศตรงบริเวณริมหาดแห่งนั้นด้วย
ซึ่งก็ต้องขอบอกว่า หากเป็นช่วงกลางวันที่นี่อาจดูไม่ค่อยน่ากลัวอะไร แต่ถ้าเป็นช่วงเวลากลางคืน จะดูวังเวงและน่ากลัวมากเลยทีเดียว..!!

แหล่งที่มา facebook.com

Continue Reading
พริตตี้เจอผี

พริตตี้เจอผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

พริตตี้เจอผี

พริตตี้เจอผี

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน พริตตี้เจอผี

เรา แล้วก็น้องพริตตี้อีก 3 คน พร้อมคณะทำงานอีก 2 คน ได้เดินทางไปดำเนินงานที่จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน และก็ได้เข้าพักที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง พวกเราก็ได้แบ่งกันพักทั้งปวง 3 ห้อง เป็น 303, 304 แล้วหลังจากนั้นก็ 305 เรากับน้องๆอีก 3 คน อยู่ห้อง  303  กับ 304 ส่วนพี่ๆคณะทำงานอยู่ห้อง 305 ซึ่งนี้จะมี 4 ชั้น ลักษณะเป็น เมื่อเดินออกมาจากลิฟมา ก็จากเป็นฟุตบาทยาวตรงอย่างเดียว
ภายหลังที่พวกเราออกไปพบอะไรกินกันแถวนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อย พวกพริตตี้ก็กลับมาที่เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์กันก่อน และก็พวกเราก็ได้หยุดคุยกะน้องๆที่ดินเดินเบื้องหน้าห้อง 303 ว่าประเดี๋ยวเก็บเครื่องใช้เสร็จ ก็ไปพบกันที่ห้อง 304 แล้วเอาของหวานไปนั่งกินกันตรงนั้นนะ ต่อจากนั้นน้องๆห้อง 303 ก็เข้าห้องไป ส่วนพวกเรากับน้องแป้งก็ไปที่ห้อง 304 น้องแป้งใช้กุญแจเปิดทางออก แล้วก็จู่ๆน้องก็ร้องเสียงหลง และก็กล่าวขึ้นว่า มีเงาคนวิ่งแซงเข้าไปในห้อง วิ่งชนแบบไหล่ชนไหล่เลย แม้กระนั้นมองไม่เห็นหน้า มองเห็นเป็นเพียงแค่เงาดำๆ..

เวลานี้เราก็กลัว แต่ว่าก็ต้องปลอบประโลมน้องว่าไม่มีอะไรหรอก.. พอดีพี่คณะทำงานคนนึงที่เป็นคนขับรถ ก็ออกมาจากลิฟพอดี รวมทั้งพี่คนนั้นก็รีบเดินเข้าไปในห้อง 304 ไปที่ผ้าม่านระเบียง แล้วก็ดึงม่านเปิดออก แล้วก็ตระหนกตกใจหันมาบอกพวกเราว่า เก็บของเลย แล้วลงไปพบกันที่รถยนต์

หลังจากพวกเราลงมากันแล้ว ก่อนที่จะเดินไปที่รถยนต์ ก็คิดขึ้นได้ว่าลืมน้องพริตตี้อีก 2 ผู้ที่ห้อง 303 ก็เลยใช้โทรศัพท์ที่เคาน์เตอร์โทรขึ้นไป กลับไร้คนรับ.. พี่คณะทำงานเลยให้บุคลากรขึ้นไปเป็นเพื่อน บุคลากรพูดว่า ‘พี่ขึ้นไปเองเหอะ หนูไม่กล้าหรอก..’ ในขณะที่เรายังมิได้เล่าอะไรเลย.. ในที่สุด เป็นพวกเรากับพี่คณะทำงานอีกคนขึ้นไปร่วมกัน พอเพียงไปถึงหน้าห้อง 303 ทั้งยังเคาะห้อง อีกทั้งโทรศัพท์เข้าโทรศัพท์มือถือ ทั้งยังเขย่าลูกบิด ก็ไม่ยินยอมเปิดประตู หรือรับโทรศัพท์เลย

ระหว่างที่ถอดใจว่าปล่อยไว้ที่นี่ละกัน ตอนเช้าค่อยมารับ จู่ๆ น้องๆ ก็เปิดประตูออกมางงๆ ยังไม่ทันได้พูดอะไร เราก็บอกให้น้องๆ รีบเก็บกระเป๋าลงไปที่รถ.. พอทุกคนลงมาก็ขึ้นรถรีบออกจากโรงแรมทันที ระหว่างที่ขับไปหาโรงแรมใหม่ พี่คนขับขับเร็วมาก ตาก็มองแต่กระจกหลังจนเกือบจะชนหลายครั้ง น้องๆ ต้องคอยเตือนให้พี่ตั้งสติ

พอเช้าตรู่ ก็มานั่งคุยกันว่ามันกำเนิดอะไรขึ้น พี่คนขับพูดว่า ตอนขับออกมาจากโฮเต็ล มองเห็นเพศหญิงเกาะกระจกด้านหลังรถยนต์ตลอดระยะเวลา ก้มตัว แต่ว่าเพียงพอพี่หันไปดู เค้าก็จะหันมาจ้องตาในกระจกตลอด.. ซึ่งพี่ผู้ขับบอกอีกว่า สตรีที่มองเห็น เป็นผู้เดียวกับที่เห็นที่นอกระเบียงห้องพวกเรา พี่เค้ามองเห็นจากตรงที่จอดรถ ตอนแรกนึกว่าเป็นลักขโมย พี่เค้าถึงวิ่งไปลากม่านมอง แม้กระนั้นแล้วกลับไม่พบอะไรเลย.. ส่วนน้องๆห้อง 303 ก็เล่าว่าไม่มีเสียงโทรศัพท์ เสียงเรียก หรือเสียงเคาะประตูเลยแม้กระทั้งน้อยมาก ที่ออกมาเนื่องจากกำลังจะเดินไปรับประทานของหวานห้องพวกเรากัน เราคุยกันในเวลานั้นก็ถึงกับขนลุกเลย

สถานที่จัดงานที่พวกเรามาดำเนินการ ก็อยู่ตรงกันข้ามกับรีสอร์ทที่เกิดเรื่องนั่นเอง พอตอนว่าง เราทั้งหมดทั้งปวง ก็เดินจับมือกันไปถามที่เคาน์เตอร์โฮเต็ล บุคลากรกะเช้าก็โวยวายว่าผู้ใดให้ขึ้นไปพักชั้นนั้น ผู้ใดกันแน่เป็นคนปลดปล่อยห้อง รวมทั้งได้แต่ว่าขออภัย แต่ว่าก็ไม่ยินยอมเล่าอะไร.. กระทั่งท้ายที่สุดเราออกมานั่งทานข้าวห้องอาหารตามสั่งใกล้ๆนั้น ก็สนทนาหัวข้อนี้กันระหว่างรับประทานข้าว ป้าร้านค้าข้าวได้ยินเข้า ก็เล่าว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมามีความคิดเห็นว่ามีข้าราชการอุ้มออกมา 2 ศพ จากโฮเต็ล ผัวเมียตีกัน แล้วพลัดหล่นอาคารตายทั้งสองเลย…

Continue Reading